ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางร่วมมือกับวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ให้โอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนเพื่อสร้างอนาคตใหม่และเป็นคนดีของสังคม

ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นายณรงค์ศักดิ์ ภูมิศรีสอาด ผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัว จ.นนทบุรี และผู้แทนผู้รับใบอนุญาตวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ ได้เข้าพบแสดงความยินดีกับนายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ในโอกาสรับตำแหน่งใหม่ พร้อมทั้งร่วมหารือถึงข้อตกลงความร่วมมือ(MOU)ระหว่างศาลเยาวชนและครอบครัวกลางกับวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์เพื่อให้โอกาสทางการศึกษาและการสร้างอาชีพให้กับเยาวชน โดยมี พ.ท.นพ.เอนก ยมจินดา ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรมและนายเผดิม เพ็ชรกูล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ร่วมหารือ โดยนายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลางกล่าวยินดีถึงความร่วมมือระหว่างกันซึ่งจะช่วยให้เยาวชนที่อยู่ในความดูแลของศาลเยาวชนและครอบครัวกลางได้มีโอกาสทางการศึกษาและมีอาชีพที่จะเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ต่อไป เป็นการช่วยพัฒนาเยาวชนให้เป็นคนดีของสังคม ด้านนายณรงค์ศักดิ์ ภูมิศรีสอาด ผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัว จ.นนทบุรีและผู้แทนผู้รับใบอนุญาตวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ กล่าวด้วยว่า วิทยาลัยฯจัดระบบการศึกษาในระบบทวิภาคี เป็นการศึกษาที่สอนให้ผู้เรียนมีความรู้ทางทฤษฎีและมีทักษะในการปฏิบัติงานได้จริง (Work Based Learning) จึงมีความพร้อมในการให้ความร่วมมือกับศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเพื่อช่วยสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนมีโอกาสเรียนและมีรายได้ระหว่างเรียนด้วย ความร่วมมือนี้จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยกันสร้างเยาวชนให้เป็นคนที่มีคุณภาพ เป็นคนดีต่อครอบครัวและต่อสังคมได้ตามนโยบายของรัฐบาล.

     

     

     

/ภาพเจ้าหน้าศาลข่าวดำรงค์ชื่นจินดาผู้ข่าวหนังสือพิมพ์5เหล่าทัพสระบุรีรายงาน

“อดีต.ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์” กล่าวถึงกรณี “โครงการไทยนิยมยั่งยืนของรัฐบาล” ว่าไม่แตกต่างอะไรกันเลยกับนโยบาย “ประชานิยมของรัฐบาล” นายทักษิณฯ..

วันที่ 15 ตุลาคม 2561 นายวัชระ เพชรทอง “อดีต.ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์” กล่าวถึงกรณี โครงการไทยนิยมยั่งยืนของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าไม่แตกต่างอะไรกันเลยกับนโยบายประชานิยมของรัฐบาล “นายทักษิณ ชินวัตร” ที่ “พลเอกประยุทธ์” เคยด่าว่าไว้เลยแม้แต่น้อยเพราะ “นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์” (รองนายกรัฐมนตรี) ในรัฐบาลชุดนี้คือ (รองนายกรัฐมนตรี) สมัย “นายทักษิณ” เป็น (นายกรัฐมนตรี) นั่นเองจึงสามารถลอกเลียนแบบได้อย่างแนบเนียนมีทั้งขัอดีและข้อเสียติดตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้นข้อดีนั้นคือดูเสมือนว่าเงินลงไปถึงมือชุมชน ข้อด้อยคือตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของระบบราชการและการทุจริตจะเป็นทวีคูนภายใต้อำนาจของม.44 เพียงแต่ว่ารอเวลารัฐบาลชุดนี้จะหมดอำนาจเท่านั้นเอง การทุจริตต่างๆก็จะเปิดเผยยิ่งกว่าดอกเห็ด

โครงการไทยนิยมยั่งยืนคือโครงการเอาเงินภาษีอากรของประชาชนทั้งประเทศไปหว่านโปรยทุกหมู่บ้านนับแสนๆล้านบาท ยิงตรงหมู่บ้านละ 2 แสนบ้าง ผ่านบัตรโครงการสวัสดิการคนจนให้ไปซื้อที่ร้านประชารัฐปีละกว่า 5 หมื่นล้านบาทบ้าง ยิ่งใกล้เลือกตั้งก็จะลดแหลกแจกแถมเติมเงินให้ยิ่งกว่าซานตาครอส ทั้งนี้มีเป้าหมายเดียวที่ว่า เพื่อหาคะแนนนิยมให้กับพลเอกประยุทธ์ให้สืบทอดอำนาจเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยหน้าชัดๆ
ประเทศชาติจะเสียงบประมาณจะฉิบหายไม่ว่าขอให้นายข้าเป็น นายกฯขอให้ คสช. ได้สืบทอดอำนาจก็พอนั้นอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีด้วยหรือรัฐบาลต้องทบทวนโครงการประชานิยมแบบนี้ว่าจะส่งผลดีต่อการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนคนยากจนจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงแก้ไขปัญหาเพื่อให้ได้คะแนนเสียงของพลเอกประยุทธ์เพียงอย่างเดียวไม่ว่ารัฐบาลจะทุ่มงบประมาณเพิ่มมากขึ้นอีกกี่แสนล้านบาทในช่วงไตรมาสสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งแต่ถ้ายังกดหัวพี่น้องประชาชนด้วยอำนาจเผด็จการเศรษฐกิจและการเมืองแบบนี้ก็ไม่อาจจะเอาชนะใจของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้ อาจเป็นเพียงการถูกใจชั่วขณะของบรรดาลิ่วล้อพรรคการเมืองในเครือข่ายของ คสช. เท่านั้น….
—————–