นายวัชระ เพชรทอง “อดีต สส.ปชป.” กล่าวถึง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ “รองนายกรัฐมนตรี” ที่เสนอแนวคิดปรับวิธี “แต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดใหญ่ๆ” โดยใช้วิธีพิเศษที่อ้างว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.”

นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.ปชป.กล่าวถึงนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีที่เสนอแนวคิดปรับวิธีแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดใหญ่ๆโดยใช้วิธีพิเศษที่อ้างว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ให้ความเห็นชอบแล้วนั้น
นายสมคิดเลียนแบบสมัยนายทักษิณ ชินวัตรเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีผู้ว่าฯซีอีโอ. ซึ่งนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น แต่นายสมคิดกำลังจะตั้งผู้ว่าฯซุปเปอร์ซีอีโอ.ซึ่งไม่แต่งต่างอะไรกับสมัยทักษิณ แต่จะใช้วิธีพิเศษในการแต่งตั้งโดยอ้างเหตุผลต่างๆนานาให้ดูดี เช่นจังหวัดใหญ่ งบประมาณจำนวนมาก อายุ 50 ต้นให้อยู่ในวาระได้ 4 ปี และอ้างว่าเพื่อการปฏิรูปประเทศซึ่งล้วนแล้วแต่ตอบสนองความต้องการของนายสมคิดเพื่อประโยชน์ของตนเองและคณะทั้งสิ้น
ที่นายสมคิดอ้างว่าจะแต่งตั้งผู้ว่าฯจังหวัดใหญ่ๆด้วยวิธีพิเศษมันคงไม่แตกต่างกับการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ เล่นพรรคเล่นพวก วางฐานอำนาจเพื่อสืบทอดอำนาจในอนาคตนั่นเอง
การแต่งตั้งวิธีพิเศษ นายสมคิดจะเอาคนจากไหน จากลำดับอาวุโสในกระทรวงมหาดไทย หรือจากกระทรวงกลาโหมหรือคนที่คสช.เห็นชอบหรือ
ถ้าจะให้ได้คนที่มีคุณภาพความรู้ความสามารถจริงๆต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชนในท้องถิ่น ไม่ใช่แต่งตั้งลอยมาจากคสช. เพราะต้องกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นจริงๆอย่าพูดแต่ปาก แล้วตั้งคนข้ามหัวคนมหาดไทยมาจากทำเนียบรัฐบาล
นายสมคิดเสนอวิธีการอย่างนี้ เป็นการไม่ให้เกียรติชาวมหาดไทยและดูถูกประชาชนในจังหวัดต่างๆในขณะเดียวกัน
ส่วนที่อ้างว่ากระจายงบประมาณให้เป็นแสนล้านบาทในกลุ่มจังหวัด ท่านยังไม่รู้อีกหรือว่าในงบประมาณของกลุ่มจังหวัด จังหวัดไหนใหญ่ก็ได้เปรียบจังหวัดเล็กๆ และประเพณีชักเปอร์เซ็นต์ยังคงอยู่ ใครจะขอใบอนุญาตพกพาอาวุธก็ใบละ 2 หมื่นบาทขาดตัว
สรุปแล้ววิธีการที่นายสมคิดเสนอนั้นเป็นการเตรียมการเพื่อรับรองการเลือกตั้งในสมัยหน้า ด้วยการจัดส่งคนของตนลงไปคุมจังหวัดใหญ่ๆทั่วประเทศให้เป็นฐานของพรรคการเมืองที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจในอนาคตนั่นเอง
ขอให้พึงระวังว่า อย่าคิดว่ามีอำนาจเบ็ดเสร็จ แล้วดูถูกฝีมือบรรดาสิงห์นักปกครองทั่วประเทศ หากแน่จริงนายสมคิดต้องเสนอให้เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดใหญ่ๆทั่วประเทศ ไม่ใช่ใช้วิธีพิเศษแต่งตั้งคนของตัวเองในโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งส.ส.ทั่วไปในปีหน้า
ขอให้นายสมคิดทบทวนแผนกินรวบในครั้งนี้

หนุ่มใหญ่ออกไปดักปลากลายเป็นศพชีวิตอยู่ข้างแม่น้ำ!!

วันนี้เวลา 12.30 น. ร.ต.อ.ชวภณ จอมศรีลา รองสารวัตรสอบสวน สภ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญฯจุดบ้านสร้างมีผู้เสียชีวิตบริเวณบ้านเลขที่ 71/1ม.1 ต.บางกระเบา อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์เวร รพ.บ้านสร้าง พบผู้เสียชีวิตชาย 1 รายในสภาพนอนหงายสวมเสื้อยืดสีน้ำตาลแขนสั้นกางเกงขาสั้นสีดำสวมหมวกไหมพรมสีขาว นอนเสียชีวิตทางขึ้นท่า

     

เรือข้างแม่น้ำหลังบ้านของผู้เสียชีวิตทราบชื่อ
นาย อุทร แซ่ซิ้น อายุ
61ปี อยู่บ้านเลขที่ 71/1
ม.1 ต.บางกระเบา อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี จากการสอบถามญาติผู้เสียชีวิตว่าตนได้กลับมาบ้านเพื่อจะมากินข้าวพักเที่ยง และไม่พบผู้ตายอยู่ในบ้านเลยออกมา
ตามหาบริเวณบ้านก็มาพบผู้ตายนอนบริเวณทางขึ้นท่าเรือหลังบ้านเลยลงไปดูก็พบว่าเสียชีวิตแล้วจึงได้โทรให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ และผู้ตายเป็นคนพิการขาไม่ค่อยดีและมีอาการเป็นลมบ่อย แล้วชอบพ่ายเรือออกไปลงข่ายดักปลาเป็นประจำทางญาติคลาดว่า ผู้ตายหลังจากไปลงข่ายดักปลาเสร็จกลับมาน่าจะเป็นลมประสบกับวันนี้ฝนตกทั้งวันจนทำเสียชีวิตจากการชันสูตรจากแพทย์เวร รพ.บ้านสร้าง ไม่พบร่องรอยการต่อสู้และบาดแผลตามร่างกายทางญาติไม่ติดใจในการเสียชีวิตทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์เวร รพ.บ้านสร้างจึงมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ญาติรับไปดำเนินการประกอบพิธีตามศาสนาต่อไป…

     

ภาพ/มานพ เสนนานุชุข่าว/ทองสุข สิงห์พิมพ์
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัด ปราจีนบุรี/รายงาน…

อสม.เร่งออกหยอดทรายหวั่นแพร่ไข้เลือดออก!!

วันนี้ 17 กค. 61 อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ม.1 ต.ลาดตะเคียน
อ.กบินทร์บุรีจ.ปราจีนบุรี สังกัดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล รพสต.ลาดตะเคียน โดยการนำของผอ.วุฒิชัย แสวงสุข (หมอโอ้) ได้มอบหมายให้ อสม.แต่ละหมู่ให้
ออกปฎิบัติหน้าที่ดูแลสุขนามัยของประชาชนในแต่ละหมู่ เน้นในเรื่องไข้เลือดออกหาทางป้องกันอย่างเป็นระบบโดยให้อสม.สอดส่องดูแลให้ประชาชนในพื้นที่ปลอดจากโรคต่างๆที่สุ่มเสี่ยง

     

ที่ผ่านมา ต.ลาดตะเคียนมีการแพร่เชื้อไข้เลือดออกเป็นประจำเนื่องจากประชาชนมีบ้านเรือนอยู่ติดป่าจึงทำให้เป็นแหล่งอาศัยของยุงลาย จึงให้อสม.เฝ้าระวังทำงานเชิงรุกขจัดแหล่งเพาะพันธ์ลูกน้ำยุงลายให้หมดสิ้นไป ซึ่งทีมอสม.ได้ออกพ่นหมอกควันและหยอด
ทรายอเบธทุกๆ1-2เดือนตามบ้านเรือนประชาชนวัดและโรงเรียน…

ภาพ/อสม.ข่าว/ทองสุข สิงห์พิมพ์ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดปราจีนบุรี/รายงาน…