ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค1 ให้ความรู้”เผยแพร่ให้ความรู้ทางกฏหมายให้แก่ประชาชน”

ในวันนี้22มีนาคม2561 นาย สานิตย์ สูขอนันต์ อธิบดี ผู้พิพากษาศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค1 มีนายรุ่งเรือง ลำพองชาติ รองอธิบดี ผู้พิพากษาศาลอาญาทุจริตและพฤติมิชอบภาค1 พร้อมหน่วยงานราชการ ท่านผู้พิพากษา ท้องถิ่นจังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่เทศบาล เมืองสระบุรี ให้การต้อนรับมีประชาชนที่สนใจเข้าร่วมกว่า100คน ณ อาคารรวมใจเทศบาลเมืองสระบุรี
เนื่องด้วยศาลอาญาคดีทุจริตและพฤติมิชอบภาค1 ตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมให้ความรู้แก่ประชาชนในด้านกฏหมายที่เกี่ยวกับคดีทุจริต และพฤติมิชอบ ทางภาครัฐ ภาคเอกชน และในการดำเนินคดี และกระบวนการสร้างความเข้าใจในข้อกฏหมายและกระบวนการพิจารณาของศาล กระบวนการดำเนินคดีของศาลซึ่งใช้ระบบไต่สวนและการปล่อยตัวตลอดจนการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในคดีอาญาการระงับข้อพิพาททางเลือกการสร้างจิตสำนึกในการช่วยกันรณรงค์ต่อต้านและป้องกันการทุจริตด้านศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค1จึงได้จัดกิจกรรม”เผยแพร่ให้ความรู้ทางกฏหมายให้แก่ประชาชน”ประชาชนจะได้นำไปปฏิบัติและสอดส่องดูแลและสอดส่องให้เป็นตาสับประรดและนำเอาความรู้ที่ำชได้อบรมในครั้งนี้ไปใช้ประโยชน์สอดส่องดูพฤติกรรมการกระทำผิดพร้อมได้นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้มากยิ่งขึ้นตามเป้าหมายคือในกลุ่มผู้นำในเครือชุมชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในเทศบาล เมืองสระบุรีให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

     

      

 

       

 

      

/ภาพข่าว  ดำรงค์  ชื่นจินดา  หนังสือพิมพ์ 5 เหล่าทัพสระบุรีรายงาน

ชาวเขา 3 ชนเผ่าในจังหวัดเพชรบูรณ์ตบเท้าเข้าร่วมรับมอบเสื้อสัญลักษณ์ชมรมคนรักในหลวงจังหวัดเพชรบูรณ์

 

ที่หอประชุมอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้จัดพิธีมอบเสื้อสัญลักษณ์ และบรรยายหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีนางอรรวรรยา หุ่นทอง ประธานชมรมคนรักในหลวงจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวรายงานต่อ นายสมพงษ์ ทองหนูนุ้ย ปลัดอำเภอเขาค้อ ประธานในพิธีมอบเสื้อสัญลักษณ์ชมรมคนรักในหลวง ให้แก่สมาชิกชมรมคนรักในหลวง สาขาเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยเป็นพี่น้องประชาชนชาวไทยภูเขา จาก 3 ชนเผ่า ได้แก่ เผ่าม้ง เผ่าลีซอ เผ่าเย้าและประชาชนชาวไทยในพื้นที่จำนวนกว่า 200 คนเข้าร่วม ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกชมรมฯและประชาชนทั่วไป มีความมั่นคงในชีวิต ทรัพย์สิน โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และ เป็นการเทิดทูน ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อรักษาไว้ ให้ดำรงอยู่คู่ประเทศไทย ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงให้หลักคิดเพื่อนำทางประชาราษฎร์ของพระองค์ หลุดพ้นจากความยากจนอย่างยั่งยืน นั่นคือ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สามารถมองได้หลายมิติ อาทิ ด้านเศรษฐกิจ ส่งเสริมให้มีการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ ใช้ชีวิตอย่างพอควร ใคร่ครวญอย่างรอบคอบ มีเกราะคุ้มกันและช่วยสร้างสรรค์ทางเลือก ,ด้านจิตใจ สร้างจิตใจเข้มแข็ง ไม่ย่อท้อ บากบั่น ขยัน อดทน พึ่งพาตนเองเป็นหลัก มีจิตสำนึกที่ดี เอื้ออาทรประนีประนอม และนึกถึงผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก ,ด้านสังคม มีความช่วยเหลือเกื้อกูลกัน รู้จักความรักความสามัคคี สร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัว และชุมชน ,ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าให้เกิดประโยชน์สูงสูง และยั่งยืน ,ด้านเทคโนโลยี ให้ภูมิปัญญาชาวบ้านเป็นพื้นฐานกับสภาพแวดล้อมและทรัพยากรที่มีอยู่ โดยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหนึ่งในอีกหลายพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ที่ต้องการให้อาณาประชาราษฎร์ของพระองค์ดำรงชีวิตอย่างมีความสุขและยั่งยืน
ทั้งนี้ นางอรวรรยา หุ่นทอง ประธานชมรมคนรักในหลวงจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นหนึ่งในสามสถาบันหลักของไทย อันได้แก่ สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันที่สำคัญที่สุด อันเป็นที่เคารพเทิดทูนสักการะ ยึดเหนี่ยว และศูนย์รวมใจของประชาชน ตั้งแต่ระดับรากหญ้า จนถึงชั้นปกครอง นับตั้งแต่กรุงสุโขทัยเป็นราชธานี จนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ชาติไทยเจริญรุ่งเรืองเป็นปึกแผ่นดำรงเอกราชเจริญก้าวหน้ามาได้จนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะ พระปรีชาสามารถ ของบูรพมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์.นอกจากนี้ในพื้นที่ อ.เขาค้อ เป็นพื้นที่อยู่อาศัยของชนเผ่า 3 ชนเผ่า อันได้แก่ ม้ง เย้าและลีซอได้สมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกของชมรมคนรักในหลวง อันเป็นการบ่งบอกถึงความสมัครสมานสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจ ประกอบกับในพื้นที่ อ.เขาค้อ เป็นพื้นที่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ได้เสด็จพระราชดำเนินประกอบพระราชกรณียกิจมาอย่างต่อเนื่องจึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อประชาชนทุกหมู่เหล่าในพื้นที่

     

 

     

     

Details

พล.ต.ท.สาโรช นิ่มเจริญ ผบช.สตส. ตรวจเยี่ยมพร้อมเป็นประธานปิดการตรวจสอบดำเนินงานด้าน P, M และ IT เรื่อง การควบคุมอาวุธปืนของหน่วยงานในสังกัด ตร. ของ ฝตพ.ตส.3 ชุดที่ 1

ช่วงบ่ายของวันจันทร์ที่ 19 มี.ค.61  เวลา 14.00 น  พล.ต.ท.สาโรช นิ่มเจริญ ผบช.สตส. เดินทางมาตรวจเยี่ยมและเป็นประธานปิดการตรวจสอบดำเนินงานด้าน P, M และ IT เรื่อง การควบคุมอาวุธปืนของหน่วยงานในสังกัด ตร. ของ ฝตพ.ตส.3 ชุดที่ 1โดย พ.ต.อ.หญิง สุภา ธีระมั่นคง รอง ผบก.ตส.3 พร้อมพวกรวม 3 นาย ที่ สภ.เมืองขอนแก่น โดยมี พ.ต.อ.จีราวัฒน์ คงกระพันธ์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พ.ต.ท.ภูสยาม ลารังสิต รอง ผกก.ฯ รรท.ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัดให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุมรับฟังโดยพร้อมเพรียงกัน

 

      

 

     

 

      

 

อบรมสัมมนาโครงการความรักความสามัคคีปรองดองและสร้างความยุติธรรมภายใต้หลักเศรษฐกิจพอเพียง

วันนี้21มีนาคม2561 พันเอก เพิ่มศักดิ์ ขุนโขลน รอง กอ.รมน.จ.สระบุรี บรรยายสร้างความเข้าใจให้สื่อมวลชนจังหวัดสระบุรีในโครงการ ความรักความสามัคคีปรองดองและสร้างความยุติธรรม ภายใต้หลักเศรษฐกิจพอเพียง ณ ศูนย์วัฒนธรรมไท-ยวนส่งเสริมหารท่องเที่ยวดาวเรือง ต.ดาวเรือง อ.เมือง จ.สระบุรี

 

      
มีสื่อมวลชนในจังหวัดสระบุรีและผู้แทนสื่มวลชน นักข่าว หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นกว่า30คนเข้าร่วมโครงการฯดังกล่าวและจะได้นำข้อมูลข่าวสารของทางรัฐบาล (คสช.) ได้มีการจัดทำRodemap ในโครงการ “นิยมไทย ยั่งยืน”ที่ผ่านการเสนอความต้องการของพี่น้องประชาชนในช่วงที่หนึ่งที่ผ่านการแสดงความคิดเห็นและความต้องต้องการที่ประชาชนอยากได้และต้องการได้ผ่านระยะที่หนึ่งเข้าสู่ระยะที่2จึงได้เชิญสื่อมวลชนมาเข้าอบรมสัมนาเพื่อให้เข้าใจความมุ่งหมายเพื่อข่าสารของรัฐบาลไปถ่ายทอดและประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจให้ประชาชนได้เข้าใจตรงกันและถูกต้องตามนโยาบายรัฐบาลเพื่อมุ่งสู่การเลือกตั้งต่อไปส่วนการที่ต้องนำสื่อมวลชนและนักข่าวในท้องถิ่นมาเพื่อถือว่าเป็นผู้นำสื่อสารที่เข้าถึงพี่น้องประชาชนแบบใกล้ชิดและยังเป็นผู้เสนอข้อมูลต่างส่งถึงผู้รับข่าวสารได้อย่างถูกต้องและเป็นการขอความร่วมมือสื่อมวลชนต่างๆำไดนำเสนอและประสัมพันธ์ข้อมูลข่าวให้กับทางราชการทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ในพื้นที่ของตนเองได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งทางรัฐบาลจะให้มีการเลือกในเร็วๆนี้ประชาชนจะได้เลือกคนที่เป็นตัวแทนจะเข้ามารับใช้ประชาชนต้องเป็นบุคคลที่ประชาชนเล็งเห็นว่าเป็นคนดีและสามารถปฏิบัติหน้าที่แบบโปร่งใสและเที่ยงธรรมและสามารถนำ นโยบายรัฐบาลไปปฏิบัติได้ตามเป้าหมายสัญญาประชาคม
เพื่อเข้าสู่การเลือกตั้งในครั้งต่อไปด้วย

    

 

/ภาพข่าว  ดำรงค์  ชื่นจินดา หนังสือพิมพ์ 5 เหล่าทัพสระบุรีรายงาน