‘ไพบูลย์’ เผย รอประสานสหรัฐฯ ส่งตัว”เณรคำ” ดำเนินคดี 5 ข้อหา

พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยภายหลังจากที่ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ยืนยันว่า สามารถจับตัว นายวิรพล สุขผล หรือ เณรคำ อดีตประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ได้แล้ว โดยเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างสำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด ดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่ของประเทศสหรัฐอเมริกา

โดยหลังจากนี้ ก็จะต้องคอยผลการพิจารณาของทางการสหรัฐอเมริกา ว่า จะเป็นไปอย่างไรตามกฎหมายของการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งคดีนี้เป็นความร่วมมือหลายฝ่ายของทางการไทย ส่วนดีเอสไอเป็นแค่ต้นเรื่อง ทางสหรัฐอเมริกาเห็นว่าผิดก็ทำการจับกุมให้ ซึ่งตนยืนยันว่า จะต้องเคารพการทำหน้าที่ของทุกฝ่าย

ทั้งนี้ เณรคำ มีความผิดหลักทั้งหมด 5 ข้อหา คือ 1.พรากผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี 2.กระทำชำเราเด็กหญิง 3.ฉ้อโกงประชาชน 4.ความผิดฐานฟอกเงิน และ 5.ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ในปี 56

ราคาทองคำปรับลง100 บาท รูปพรรณขายบาทละ 22,350

สมาคมค้าทองคำประกาศราคาซื้อ-ขายทอง ประจำวันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม 2559 ครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.28 น.ซึ่งราคาทองคำปรับลง100 บาท

โดย ราคาทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 21,360.44 บาท ขายออกบาทละ 22,350 บาท ราคาทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 21,750 บาท ขายออกบาทละ 21,850 บาท

แจงเหตุไล่ออก “อดีตผู้พิพากษาพระนครเหนือ” ปี 57 อ้างตำแหน่ง ขู่เจ้าหน้าที่ จับพนันบอลออนไลน์

23 ก.ค.59 (ที่ผ่านมา) แหล่งข่าวศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรีเรื่อง ให้ข้าราชการตุลาการพ้นจากตําแหน่ง และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ซึ่งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายชุมพล บุษราตระกูล พ้นจากตําแหน่ง ผู้พิพากษาประจําสํานักงานศาลยุติธรรม เนื่องจากถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ ตามมาตรา 32 (7) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.57 ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า การไล่นายชุมพล ออกจากราชการ มีสาเหตุจากเจ้าหน้าที่ของรัฐได้เข้าจับกุมการพนันฟุตบอลออนไลน์ ซึ่งนายชุมพลได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่อวดอ้างแสดงตัว เพื่อไม่ให้มีการดำเนินการตามกฎหมาย โดยการพิจารณาตรวจสอบของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ได้พบถึงการโอนเงินในบัญชี ดังนั้นจึงมีมติลงโทษไล่ออกจากราชการ จากการกระทำผิดวินัยร้ายแรง

แหล่งข่าวศาลยุติธรรม กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการดำเนินคดีอาญาจะเป็นเรื่องของคณะกรรมการปราบปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งกรณีของนายชุมพลนั้นเป็นเหตุที่เกิดขึ้น และมีคำสั่งไล่ออกจากราชการมาหลายปีแล้ว แต่เพิ่งจะมีประกาศลงราชกิจจาฯ ในการเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยขณะเกิดเหตุนายชุมพล มีตำแหน่งเป็นผู้พิพากษาในศาลแขวงพระนครเหนือ

คุมเข้ม! โค้งสุดท้ายประชามติ ยังไร้เงากลุ่มเคลื่อนไหว

โฆษก ตร. เผย ผบ.ตร. สั่ง ผู้บัญชาการตำรวจทุกภาค เข้มประชามติโค้งสุดท้าย ชี้ จากการข่าวไร้เคลื่อนไหว เชื่อคุมได้ พร้อม รปภ. กกต. ดีเบตร่างรัฐธรรมนูญ

พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น ว่า ขณะนี้ถือว่าอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการลงเสียงประชามติ รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญแล้ว โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ของการลงเสียงประชามติให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย ทั้งนี้จากการข่าวยังไม่พบมีกลุ่มเคลื่อนไหวที่จะมาออกมาก่อกวนแต่อย่างใด ยืนยันเจ้าหน้าที่มีความพร้อมและสามารถควบคุมสถานการณ์ได้

นอกจากนี้รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังกล่าวอีกว่า ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้กำชับสั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจทุกภาค คอยติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวที่จะก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้น และรายงานกลับมายังส่วนกลางอย่างต่อเนื่อง พร้อมแต่งตั้งให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ลงพื้นที่คอยตรวจสอบความเรียบร้อยอย่างใกล้ชิด
ส่วนการดีเบตร่างรัฐธรรมนูญที่ กกต. จัดขึ้นนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความพร้อมในการอำนวยความสะดวกในทุกด้าน โดยจะมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตามสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่