ดูไบ ใช้ “เจ็ทแพ็ค” ช่วยดับเพลิง (คลิป)

ดูไบโชว์เหนือ นำเทคโนโลยีเจ็ทแพคมาใช้ในการดับเพลิง พาเหาะขึ้นไปฉีดน้ำยังสถานที่ต่าง ๆ ประหยัดเวลาเดินทาง แถมมีน้ำให้ใช้ไม่จำกัด

วันที่ 23 มกราคม 2560 เว็บไซต์ abc.net.au ได้เผยคลิปที่ทางหน่วยงานกลาโหมของดูไบ ปล่อยออกมาเพื่อโชว์นวัตกรรมใหม่ของการดับเพลิง ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ดอลฟิน (Dolphin) โดยนำอุปกรณ์เจ็ทแพคที่สามารถช่วยให้คนเหาะขึ้นสู่ที่สูงได้ด้วยพลังน้ำ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในด้านของการดับเพลิง

ที่ผ่านมาดูไบมักเกิดปัญหาไฟไหม้บนตึกสูงระฟ้าหลายครั้ง และยังมีเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งบางครั้งปัญหาการจราจรที่ติดขัดบนท้องถนนก็เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานกู้ภัยและดับเพลิง แต่ด้วยอุปกรณ์นี้สามารถทำให้พนักงานดับเพลิงใช้เจ็ตสกีเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุได้โดยทางน้ำ ย่นระยะเวลาเดินทางเข้าไปยังที่เกิดเหตุที่อยู่ติดริมน้ำ อีกทั้งในแม่น้ำยังมีทรัพยากรน้ำที่สามารถนำมาดับเพลิงได้อย่างไม่จำกัดด้วย

 

เรียกว่าเป็นการประยุกต์นวัตกรรมใหม่อย่างสมเป็นเมืองแห่งความเจริญทางเทคโนโยลีอันดับต้น ๆ ของโลกเลยทีเดียว ซึ่งก็ไม่แน่ว่าจากนี้เราอาจได้เห็นประเทศอื่น ๆ นำเทคโนโลยีเดียวกันนี้มาใช้ในการดับเพลิงด้วยก็เป็นได้

 

Cr: Kapook

ย้ำสัมพันธ์ ‘ทบ.ไทย-สหรัฐ’ คอบร้าโกลด์ 2017 ยังคงเดิม

‘ทัพไทย’แจง ฝึก Cobra Gold 2017 ไทย-สหรัฐคงเดิมอยู่ หลัง’ทรัมป์’นั่ง ปธน.คนใหม่ เผยปี’61 สหรัฐอาจเพิ่มกำลังพลฝึก ด้านจีนร่วมฝึกปกติ ยังไม่มีกำลังติดอาวุธ

พล.ท.ปริญญา ขุนนาศรี เจ้ากรมยุทธการ ในฐานะผู้อำนวยการฝึก Cobra Gold 2017 เปิดเผยถึงการฝึกร่วมผสม Cobra Gold 2017 ว่าในปีนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง แม้สหรัฐจะมีประธานาธิบดีคนใหม่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ เพราะแผนกระบวนการฝึกได้เตรียมมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2559 ขณะนี้เป็นขั้นการเคลื่อนย้ายกำลัง เพราะได้กำหนดยุทโธปกรณ์ที่จะมาฝึกร่วมตั้งแต่พฤศจิกายน 2559 โดยในครั้งนี้ยังไม่มีประเทศใหม่มาเพิ่มเติม

พร้อมเปิดเผยว่า ในระดับนโยบายของสหรัฐ อยากเพิ่มกำลังการฝึกกับไทย ซึ่งต้องหารือกันภายหลังการฝึกเดือนมีนาคมนี้ โดยความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพไทย-สหรัฐมีความแนบแน่น มีการเยือนเป็นระยะๆ แต่ในระดับรัฐบาลมีข้อจำกัดด้านกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ในส่วนกองทัพจีนยังคงร่วมการฝึกตามปกติ ในด้านการแพทย์ การสร้างสิ่งก่อสร้างสาธารณะต่างๆ ยังไม่มีการฝึกกำลังทางอาวุธ

R.I.P.!!! “ผู้พันบอม” รถคว่ำหลังกลับจากช่วยน้ำท่วม ล่าสุดเสียชีวิตแล้ว

ความคืบหน้ากรณี พ.ท. ธีรพล เทียนโพธิวัฒน์ นายทหารรถคว่ำที่ จ.นครศรีธรรมราช ขณะกลับจากช่วยน้ำท่วม ล่าสุดเสียชีวิตแล้ว ณ โรงพยาบาลมหาราช เตรียมทำพิธีรดน้ำศพวันนี้
จากเหตุรถของ พ.ท. ธีรพล เทียนโพธิวัฒน์ หรือ ผู้พันบอม อายุ 40 ปี ผบ.พัน.ช.พัน 5 ประสบอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่ อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช ระหว่างเดินทางกลับจากการช่วยเหลือน้ำท่วมที่ อ.ชะอวด เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2560 ซึ่งได้มีการประกาศขอรับบริจาคเลือดกรุ๊ปเอเป็นการด่วนนั้น

ล่าสุด (24 มกราคม 2560) มีรายงานว่า พ.ท. ธีรพล เทียนโพธิวัฒน์ ได้เสียชีวิตแล้วเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา ที่โรงพยาบาลมหาราช หลังจากทีมแพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ โดยจะมีการทำพิธีรดน้ำศพ ในเวลา 15.00 น.วันนี้ ณ วัดบ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง

สรรพพากรแจงการคืนเงินภาษีผ่านระบบพร้อมเพย์

กลายเป็นประเด็นสำหรับการคืนเงินภาษีผ่านระบบพร้อมเพย์ ย้อนเรื่องกันหน่อยหลัง กรมสรรพากรประชาสัมพันธ์ให้ผู้เสียภาษีสมัครใช้บริการพร้อมเพย์ โดยลงทะเบียนสมัครด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ผูกไว้กับบัญชีธนาคารที่ต้องการ เพื่อประโยชน์ในการได้รับคืนเงินภาษีได้เร็วขึ้น ปรากฏว่า มีผู้ร้องเรียนในสื่อสังคมออนไลน์ว่าได้รับข้อความ SMS จากกรมสรรพากรแจ้งคืนภาษีเข้าบัญชีพร้อมเพย์แล้ว แต่เมื่อตรวจสอบยังไม่มีเงินเข้าบัญชีแต่อย่างใด

กรมสรรพากร จึงชี้แจงว่า เกิดความผิดพลาดในการส่งข้อความ SMS เนื่องจากเป็นขั้นตอนการคืนเงินภาษีแบบใหม่ ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อน แต่กรมสรรพากรยืนยันว่าระบบพร้อมเพย์ไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาในการคืนภาษีแต่อย่างใด และกรณีนี้เกิดจากขั้นตอนในการส่ง SMS ผิดพลาดเท่านั้น และผู้ขอคืนภาษีรายดังกล่าวได้รับคืนเงินภาษีเข้าบัญชีเงินฝากเรียบร้อยแล้ว และไม่ว่าผู้ขอคืนภาษีจะผูกบัญชีพร้อมเพย์ไว้กับธนาคารใด เมื่อได้รับการอนุมัติคืนภาษีแล้ว ก็จะได้รับเงินคืนเข้าบัญชีในเวลาที่ไม่แตกต่างกันแต่อย่างใด

งานนี้ใครที่มีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ทุกพื้นที่ และศูนย์สารนิเทศสรรพากร โทร.1161

 

 

ครั้งแรกของจีน! การผ่าตัดรักษาข้อต่อหัวเข่าให้หายขาดได้สำเร็จ

ศัลยแพทย์ในมณฑลจี๋หลิน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ได้ประสบความสำเร็จในการปลูกถ่ายกระดูกอ่อนใหม่บนข้อเข่าของผู้ป่วยได้รับความเสียหาย และนับเป็นความสำเร็จในการผ่าตัดลักษณะนี้ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในจีนแผ่นดินใหญ่

การผ่าตัดด้วยเทคนิคดังกล่าวถูกนำเข้ามาจากเยอรมนี และได้นำไปใช้ดำเนินการจริงในวันที่ 19 มกราคมโดยศาสตราจารย์จางลี่เหิง ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์การกีฬา โรงพยาบาลประชาชนมณฑลจี๋หลิน ภายหลังการผ่าเสร็จสิ้น ผู้ป่วยมีอาการคงที่ และสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ภายใน 1 สัปดาห์

 

แพทย์ได้ผ่าเอาเซลล์เนื้อเยื่อกระดูกอ่อนของผู้ป่วยออกมา เพาะเลี้ยงให้เติบโตนอกร่างกายของเขา โดยหลังจากที่เซลล์ขยายตัวจนกลายเป็นเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนใหม่ แพทย์ก็ได้นำมันมาใช้ในการผ่าตัด

 

กระดูกอ่อนโปร่งใส (Hyaline Cartilage) เป็นเนื้อเยื่อที่แข็งแรงและยืดหยุ่น ซึ่งทำหน้าที่เป็นเสมือนเบาะรองกระดูกบริเวณข้อต่อ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกมันเสียดสีกับส่วนอื่นๆ ระหว่างที่มนุษย์กำลังออกกำลังกาย เมื่อเนื้อเยื่อดังกล่าวได้รับความเสียหาย ผู้ป่วยก็จะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้มากเท่าปกติ และจะทุกข์ทรมานจากอาการปวดอย่างรุนแรง หรืออาจถึงขั้นพิการเลยทีเดียว

ความเสียหายของกระดูกอ่อนไม่สามารถแก้ไขด้วยกระบวนการตามธรรมชาติของร่างกายได้อย่างง่ายดาย ในอดีตที่ผ่านมีวิธีรักษาเพียงวิธีเดียวคือ การนำวัสดุอื่นๆ มาใช้แทนเนื้อเยื่อดังกล่าว ดังนั้น ผู้ป่วยจึงไม่สามารถเคลื่อนไหวบริเวณข้อต่อที่เสียหายได้อย่างเต็มที่

“เมื่อเวลาผ่านไป ช่องว่างระหว่างข้อต่ออาจจะแคบลงหรือสภาพของกระดูกอ่อนอาจจะเลวร้ายลงก็ได้” ศาสตราจารย์จางกล่าวว่า “ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด ความเสียหายก็อาจจะนำไปสู่ความพิการ”

แต่เพราะเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อล่าสุด แพทย์จึงสามารถรักษากระดูกอ่อนและความเสียหายของกระดูกข้อต่อให้หายขาดได้อย่างถาวร ศาสตราจารย์จางยังกล่าวเสริมอีกว่า การผ่าตัดด้วยวิธีเจาะฐานกระดูกอ่อนผิวข้อ (Microfracture) ยังทำให้ผู้ป่วยมีรอยแผลจากการผ่าตัดที่บางลงและและเจ็บปวดน้อยลงอีกด้วย