ลูกสาวตร.กางเกงขาดเห็นกกน. ร่ำไห้วอนหยุดใช้โซเชียลทำร้ายพ่อ

จากกรณีที่ในโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพของนายตำรวจท่านหนึ่งกางเกงขาดจนเห็นกางเกงใน ซึ่งต่อมามีการแชร์และส่งต่อไปตามเพจใหญ่ๆ มากมาย
ล่าสุด (14 ธ.ค.) เฟซบุ๊กแฟนเพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V.4 ได้โพสต์ข้อความที่ลูกสาวของนายตำรวจคนดังกล่าวส่งถึง โดยเป็นข้อความระบายความในใจ โดยระบุว่า พ่อของตนเองเป็นคนดี เงินเดือนเดือนแรกของชีวิตตำรวจ ก็เอามาดูแลรักษาตนเองที่ป่วยมาตั้งแต่เด็ก และดูแลครอบครัวเป็นอย่างดี

หลังจากที่ภาพถูกเผยแพร่ออกไป พ่อและครอบครัวของตนเองเครียดมาก ขนาดตนซึ่งเป็นลูกยังนั่งร้องไห้เสียใจ ไม่ต้องพูดถึงว่าพ่อของตนเองจะเสียใจแค่ไหน ซึ่งหญิงสาวอยากให้คนที่แชร์ภาพดังกล่าวได้รับรู้ความรู้สึก “บางทีโซเชียลก็ทำร้ายคนมาหลายคนแล้ว แล้วนี่เป็นพ่อของเราเองเจ็บปวดมากค่ะ”

หลังจากข้อความดังกล่าวถูกแชร์ออกไปก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย หลายคนแสดงความเห็นใจ ขณะที่บางส่วนก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า พ่อของตนเองก็ชอบใส่กางเกงในของผู้หญิงเหมือนกัน เพราะใส่แล้วสบาย และหากเป็นพ่อของตนเองถูกล้อเช่นนี้ก็คงไม่พอใจเช่นกัน

ทั้งนี้ ชายหนุ่มผู้โพสต์ภาพดังกล่าวได้ออกมาแสดงความขอโทษแล้ว ที่ทำไปด้วยความคึกคะนอง พร้อมวอนให้เพจดังๆ หยุดแชร์ภาพดังกล่าว

HRW เปิดเผยภาพถ่ายดาวเทียม-หมู่บ้านโรฮิงญาถูกทำลายระลอกล่าสุด

ฮิวแมนไรท์วอช องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ เปิดเผยภาพถ่ายดาวเทียมและบทสัมภาษณ์ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา ที่ชี้ว่า ทหารของรัฐบาลเมียนมาเเป็นผู้เผาทำลายหมู่บ้านของชาวโรฮิงญา

 

ภาพดังกล่าวระบุจำนวนหมู่บ้านที่ถูกเผาทำลายตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม จนถึงวันที่ 23 พฤศจิกายน ซึ่งฮิวแมนไรท์วอชระบุว่า จนถึงวันที่ 9 ธันวาคม มีบ้านกว่า 1,500 หลังถูกเผาทำลาย และจำนวนที่แท้จริงอาจมีมากกว่านี้ เนื่องจากมีบางส่วนที่ต้นไม้ปกคลุม ดาวเทียมไม่สามารถจับภาพได้

นอกจากนี้ การวิเคราะห์เพิ่มเติมโดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมของฮิวแมนไรท์วอช ยังชี้ชัดว่าการเผาทำลายเป็นฝีมือของรัฐบาล เนื่องจากการเผาทำลายบ้านเรือนในหลายหมู่บ้านนั้น มีรูปแบบและทิศทางที่เป็นไปในทางทิศตะวันตก  แทนทีจะเป็นฝีมือของกลุ่มติดอาวุธที่เผาทำลายบ้านเรือนโดยปราศจากการวางแผน

อีกภาพหนึ่งชี้ให้เห็นว่ามีทหารของรัฐบาลอยู่ในด่านตรวจของตำรวจบริเวณชายแดนบังกลาเทศ-เมียนมา รัฐยะไข่ ที่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า กลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญาได้เข้าไปโจมตีเจ้าหน้าที่เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 9 ราย โดยภาพดังกล่าวยังชี้ให้เห็นพาหนะของทหาร และลานจอดเฮลิคอปเตอร์ในด่านตรวจ  ซึ่งด่านตรวจแห่งนี้ยังอยู่ใกล้กับหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ถูกเผาทำลายแทบหมดสิ้นภายในระยะเวลาเกือบ 1 เดือน โดยรัฐบาลบอกว่าเป็นฝีมือของกลุ่มติดอาวุธ อย่างไรก็ตาม ฮิวแมนไรท์วอชกล่าวว่าเป็นไปไม่ได้ที่รัฐบาลจะปล่อยให้กลุ่มติดอาวุธเผาบ้านเรือนโดยปราศจากการแสดงท่าทีใดๆ

นอกจากนี้ ฮิวแมนไรท์วอชยังเปิดเผยบทสัมภาษณ์สั้นๆของผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาทั้งหมด 10 คน ที่ยืนยันว่าเห็นทหารทำลายและเผาบ้านเรือนจริง โดยฮิวแมนไรท์วอชยังเรียกร้องว่าทหารและรัฐบาลเมียนมาควรอนุญาตให้องค์กรระหว่างประเทศและสื่อมวลชน ทำหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์สถานการณ์ในพื้นที่ทางตอนเหนือของรัฐยะไข่ ที่มีการโจมตีและเผาบ้านเรือน

กรุงเทพฯ คว้าอันดับ 2 ที่สุดเมืองที่นักท่องเที่ยวอยากมา

หลังจากมอบสิทธิให้นักเดินทางได้พักฟรี 1 คืน เมื่อจองห้องพักกับโฮเทลดอทคอม (Hotel.com) และพักครบ 10 คืน เป็นโอกาสเปิด 25 อันดับเมือง ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาค้างคืนฟรีมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

พบเมืองที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาพักค้างคืนฟรีมากที่สุดคือ ฮ่องกง และรองลงมาเป็นกรุงเทพฯ โตเกียว สิงคโปร์ โซล ไทเป โอซาก้า เป็นต้น ขณะที่เมืองที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาค้างคืนฟรีมากที่สุดในโลกคือ นิวยอร์ก ลาสเวกัส และลอนดอน โดยมีกรุงเทพฯ อยู่ที่ลำดับ 9 ของโลก

นักวิทย์จีนตรวจพบมะเร็งหลอดอาหารได้จาก “ลมหายใจ”

รู้ก่อนเสี่ยงน้อยกว่า!นักวิทย์จีนตรวจพบมะเร็งหลอดอาหารได้จาก “ลมหายใจ”
นักวิทยาศาสตร์จีนได้พัฒนาอุปกรณ์ที่สามารถวินิจฉัยโรคมะเร็งหลอดอาหาร (Esophageal Cancer) ได้จากลมหายใจ

โดยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์จีนของสถาบันวิทยาศาสตร์กายภาพในเหอเฝยได้ใช้อุปกรณ์ที่เป็นเครื่องแมสสเปกโทรมิเตอร์ที่วัดมวลของโปรตอนที่เคลื่อนที่ (Proton-transfer-reaction mass spectrometry; PTR-MS) ทดลองวินิจฉัยลมหายใจของผู้ป่วยโรคมะเร็งหลอดอาหาร 29 รายและอาสาสมัครที่สุขภาพร่างกายแข็งแรง 58 ราย จากผลการทดลองพบว่าเครื่องดังกล่าวสามารถวินิจฉัยผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งหลอดอาหารได้สูงถึงร้อยละ 95-90 โดยใช้เวลาเพียงแค่ 3 นาที

ทั้งนี้ ผู้ป่วยโรคมะเร็งหลอดอาหารได้คร่าชีวิตชาวจีนไปราว 370,000 รายต่อปี ซึ่งอัตราเสียชีวิตและการเกิดโรคมะเร็งหลอดอาหารในจีนนั้นนับว่าสูงที่สุดในโลก ซึ่งการวินิจฉัยโรคด้วยวิธีต่างๆได้แก่ การตรวจกระเพาะอาหาร การเอ็กซเรย์ การส่องกล้องและการตรวจตัวอย่างทางชีวภาพ ก่อให้เกิดความเจ็บปวดจึงไม่เหมาะจะเป็นการตรวจสุขภาพแบบทั่วไป อีกทั้งยังมีราคาสูงด้วย

อย่างไรก็ตาม วิธีการที่ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดเช่นการตรวจลมหายใจนั้น ช่วยวินิจฉัยโรคมะเร็งหลอดอาหารได้ตั้งแต่เนิ่นๆ อีกทั้งยังช่วยยับยั้งอัตราการเสียชีวิตได้ด้วย

สุดยอด!! บ.ญี่ปุ่นทำคิวอาร์โค้ดแปะเล็บคนแก่โรคอัลไซเมอร์

เมื่อไม่นานมานี้ บริษัทญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง ได้เปิดตัวคิวอาร์โค้ดที่สามารถใส่ข้อมูลส่วนตัวของบุคคลไว้ได้ โดยคิวอาร์โค้ดนี้ใช้สำหรับแปะบนตัวของคนชราที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ เพื่อป้องกันเหตุการณ์พลัดหลงหรือคนหาย ซึ่งบริษัทนี้ทำออกมาให้ผู้คนใช้งานได้ฟรีๆไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

โดยคิวอาร์โค้ดรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสที่มีขนาดเพียง 1×1 เซนติเมตรนี้ จะใส่เลขรหัสบุคคล ที่อยู่ เบอร์โทรที่บ้าน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ไว้ หากมีคุณตาคุณยายเดินพัดหลงไป และมีผู้พบเห็นเข้า แค่พาผู้ที่พลัดหลงไปยังสถานีตำรวจ ทางตำรวจก็จะสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดที่ว่านี้เพื่อดูข้อมูลและตามหาญาติของผู้ป่วยได้ แถมคิวอาร์โค้ดรุ่นนี้ยังสามารถกันน้ำได้และแปะติดทนนานประมาณ 2 สัปดาห์เลยทีเดียว

ผู้ผลิตกล่าวว่า ตำแหน่งในการแปะที่ดีคือบริเวณเล็บเท้าและสวมถุงเท้าทับอีกชั้นเพื่อให้คิวอาร์โค้ดไม่หลุดหาย

ทั้งนี้ ประเทศญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาสังคมผู้สูงอายุที่รุนแรง โดย 1 ใน 4 ของประชากรเป็นผู้สูงวัยที่มีอายุมากกว่า 65 ปี และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนมีสัดส่วนผู้สูงวัยสูงถึงร้อยละ 40 ในปี 2055

ญี่ปุ่นเรียกร้องสหรัฐระงับใช้เครื่องบิน Osprey หลังเกิดอุบัติเหตุตกนอกชายฝั่งโอกินาวา

เครื่องบินสหรัฐฯ เกิดอุบัติเหตุในโอกินาว่า ญี่ปุ่นวอนขอตรวจสอบก่อน
รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศขอให้กองทัพของสหรัฐอเมริการะงับการเดินทางด้วยเครื่องบิน Osprey มายังเกาะโอกินาว่า หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุในคืนวันอังคารที่ผ่านมา (13 ธ.ค. 2016)

โทโมมิ อินาดะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น ได้กล่าวในวันพุธว่า เธอได้ขอให้ทหารของสหรัฐอเมริกา ระงับการบินไว้ก่อน จนกว่าจะสามารถตรวจเจอสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แน่ชัด และสามารถรับรองความปลอดภัยได้

สื่อท้องถิ่นได้รายงานคำพูดของ ชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น ที่กล่าวถึงอุบัติเหตุดังกล่าวว่าเป็นเรื่องที่ “น่าเสียใจอย่างยิ่ง”

เครื่องบิน MV-22 Osprey ของหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐอเมริกา ที่ประจำการอยู่ในฐานทัพฟูเต็นมา (Futenma) ได้ประสบอุบัติเหตุระหว่างลงจอดในน้ำ ในเกาะโอกินาวา เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

ลูกเรือจำนวน 5 คนดีดตัวออกมาจากเครื่องบินทันเวลา หลังจากนั้นก็ได้รับการช่วยเหลือและถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลทหารเรือของสหรัฐอเมริกา

รัฐบาลญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาต่างพยายามที่จะย้ายฐานทัพเมืองฟูเต็นมา ออกจากเมืองกิโนวังไปยังพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลเฮโนโกะ ของเมืองนาโกะที่มีประชากรอยู่น้อยกว่า

อย่างไรก็ตาม ประชาชนบนเกาะโอกินาว่าได้เรียกร้องให้ฐานทัพฟูเต็นย้ายออกไปอยู่นอกจังหวัดมาเป็นเวลาระยะหนึ่งแล้ว

นาทีระทึก”สายการบินลุฟต์ฮันซ่า” อพยพฉุกเฉินเหตุขู่วางระเบิด

     เกิดเหตุเครื่องบินของสายการบินลุฟต์ฮันซ่า ของเยอรมนี ถูกขู่วางระเบิด ต้องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินนิวยอร์ก เร่งอพยพผู้โดยสารด่วน
สำนักข่าวรอยเตอร์ส มีรายงานว่า เครื่องบินของสายการบินลุฟต์ฮันซ่า เที่ยวบินที่ 441 เส้นทางจากเมืองเมืองฮูสตัน รัฐเท็กซัส สหรัฐฯ มุ่งหน้าไปยังแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ต้องเปลี่ยนเส้นทางลงจอดฉุกเฉินที่ท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดี ในนครนิวยอร์ก เมื่อประมาณ 20.30 ของ วันที่ 12 ธันวาคม 2559 ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับคำขู่วางระเบิดผ่านทางโทรศัพท์

จากรายงานเปิดเผยว่า การลงจอดผ่านไปได้ด้วยดี จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เร่งอพยพผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 530 ราย ออกจากเครื่อง โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และขณะนี้ทุกคนอยู่ในความปลอดภัยแล้ว

ด้านสตีฟ โคลแมน โฆษกการท่าแห่งรัฐนิวยอร์กและนิวเจอร์ซีย์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบค้นหาวัตถุต้องสงสัยบนเครื่อง โดยไม่กระทบต่อการดำเนินการในสนามบิน อย่างไรก็ดียังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีการพบวัตถุระเบิดหรือไม่

อนึ่ง สายการบินลุฟต์ฮันซ่า เป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมนี และใหญ่เป็นอันดับสองในยุโรป และใหญ่เป็นอันดับห้าของโลกในจำนวนผู้โดยสาร มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าลดลง5.74จุด

14 ธ.ค.59 สรุปภาพรวมตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ หลังปิดตลาดที่ระดับ 1,524.47 จุด ลดลง -5.74 จุด หรือ -0.38% มูลค่าซื้อขาย รวม 24,069.73 ล้านบาท

มูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับ สูงสุด

PTT ปิดที่ 366.00 บาท -2.00 บาท (-0.54%)

BEAUTY ปิดที่ 11.50 บาท +0.60 บาท (+5.50%)

SCB ปิดที่ 147.50 บาท -2.00 บาท (-1.34%)

BANPU ปิดที่ 19.10 บาท -0.10 บาท (-0.52%)

STA ปิดที่ 21.00 บาท +1.40 บาท (+7.14%)

“รัสเซีย” ประกาศหยุดยิงในในเมืองอเลปโป

นายวิตาลี ชูร์คิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติระบุเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ว่า ปฏิบัติการทางทหารทางฝั่งตะวันออกของเมืองอเลปโปของซีเรียได้ยุติลงแล้ว หลังกองกำลังของรัฐบาลซีเรียสามารถควบคุมพื้นที่สุดท้ายที่เป็นฐานที่มั่นของกลุ่มกบฏได้ทั้งหมด โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการทำความตกลงกับนักรบฝ่ายกบฏให้เดินทางออกจากพื้นที่ ขณะที่ตัวแทนฝ่ายกบฏได้ยืนยันว่ากำลังมีความตกลงดังกล่าวอยู่เพื่อเปิดทางให้พลเรือนสามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้

พัฒนาการล่าสุดดังกล่าวอาจทำให้การสู้รบที่ยืดเยื้อมานานมากกว่า 4 ปีและทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคนยุติลง ขณะที่ผู้สื่อข่าวภาคพื้นระบุว่าไม่มีการทิ้งระเบิดหรือยิงสู้รบในหลายชั่วโมงที่ผ่านมา

เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติยังปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหประชาชาติและสหรัฐ ว่ารัฐบาลซีเรีย รวมถึงชาติพันธมิตรอย่างรัสเซียและอิหร่านต้องรับผิดชอบต่อการสังหารประชาชนในพื้นที่ และว่าจากข้อมูลล่าสุดยืนยันว่าปฏิบัติการทางทหารยุติลงแล้ว ขณะที่ประชาชนสามารถเลือกได้ว่าจะยังคงอยู่ในพื้นที่ต่อไปหรือออกไปอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยเพื่อให้ตนเองได้รับประโยชน์จากข้อตกลงด้านมนุษยธรรม พร้อมย้ำว่าไม่มีใครทำร้ายพลเรือน