ปาฏิหาริย์! เด็ก 10 ขวบ รอดตายใต้ซากแผ่นดินไหวอิตาลีนาน 17 ชั่วโมง

เว็บไซต์ฟอกซ์นิวส์รายงานเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมาระบุว่า เด็กหญิงวัย 10 ขวบ ที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังผลจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.2 แมกนิจูด ที่เมืองเปสคารา เดล ตรอนโต ประเทศอิตาลี ได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาได้อย่างปลอดภัยหลังติดใต้ซากในท่ากลับหัวกลับหางอยู่เป็นเวลานานถึง 17 ชั่วโมง

รายงานระบุว่าฝูงชนรวมตัวกันเชียร์โดยรอบจุดที่เจ้าหน้าที่พบสัญญาณบางอย่าง โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยรายหนึ่งตะโกนว่า “ฟังดู! มีอะไรบางอย่างอยู่ใต้นี้ เงียบ! เงียบ!”

คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นขาของหนูน้อยโผล่ขึ้นมาจากเศษซากปรักหักพัง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะยกเอาเศษอิฐและท่อนเหล็กออกและยกตัวเด็กหญิงที่มัดผมหางม้าขึ้นมาได้ ส่วนฝูงชนก็ส่งเสียงเฮกันยกใหญ่

ทั้งนี้เหตุแผ่นดินไหวที่ตอนกลางของประเทศอิตาลีส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 247 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังพยายามค้นหาผู้รอดชีวิตที่อาจติดอยู่ใต้ซากอย่างต่อเนื่อง

‘ยิ่งลักษณ์’ FB แสดงความอาลัย “นายโมริฮิโกะ ฮิรามัตสึ” ต้นแบบนโยบายโอทอป

นางสาวยิ่งลักษณ์ โพสต์แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของนายโมริฮิโกะ ฮิรามัตสึ เจ้าของความคิด One Village, One Product ยกย่องให้เป็นต้นแบบของนโยบายโอทอปและเป็นแรงบันดาลใจให้กับนโยบายที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนไทยอย่างกว้างขวาง

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก แสดงความเสียใจกับการจากไปของนายโมริฮิโกะ ฮิรามัตสึ อดีตผู้ว่าจังหวัดโออิตะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มความคิดหนึ่งหมู่บ้านหนึ่งปลิตภัณฑ์หรือ One Village, One Product พร้อมยกย่องให้นายโมริฮิโกะ ฮิรามัตสึเป็นต้นแบบของนโยบายโอทอป และเป็นแรงบันดาลใจให้กับนโยบายที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนไทยอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่สมัยที่ ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ได้นำเอาหลักการและกระบวนการคิดของนายโมริฮิโกะ ฮิรามัตสึ มาปรับปรุงให้เข้ากับประเทศไทยจนกลายเป็น หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ที่มุ่งส่งเสริมท้องถิ่นให้พัฒนาสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง

จนในสมัยที่นางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรีก็ยังต่อยอดพัฒนาโครงการดังกล่าวให้ชาวบ้านด้วยการสร้างแบรนด์สินค้าโอทอปเหล่านี้ให้มีเอกลักษณ์และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดต่างประเทศพร้อมกับผนวกความรู้สมัยใหม่ให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาคุณภาพและขยายการผลิตได้มากขึ้น ตลอดจนเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายถาวรในพื้นที่ทั่วประเทศโดย ใช้สถานที่ราชการและกลไกของกระทรวงพาณิชย์ขอความร่วมมือจากภาคเอกชนให้จัดสรรพื้นที่สำหรับสินค้าโอทอปที่มีคุณภาพ และให้ทีมประเทศไทย (Team Thailand) นำโดยกระทรวงต่างประเทศเน้นการผลักดันสินค้าโอทอปไทยสู่สากลให้มากขึ้นด้วย

ระทึก! หนุ่มจีน ซิ่งเก๋งแหกด่านชน ตร. กระเด็นเจ็บ

เว็บไซต์เดลี่เมลของอังกฤษ ได้มีการเผยแพร่คลิปสุดระทึก ขณะคนขับรถเก๋งซิ่งแหกด่านชนตำรวจเจ็บที่ถนนเส้นหนึ่งในเมืองซูโจว มณฑลส่านซีของจีน

โดยภาพได้เผยจังหวะที่ตำรวจ 4 นายพยายามเรียกโบกรถทุกคันที่วิ่งมาให้หยุด แต่แล้วมีรถคันหนึ่งที่คนขับไม่ยอมหยุดและเหยียบคันเร่งพุ่งชนนายตำรวจ 1 นายจนกระเด็นลอยขึ้นฟ้าได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่เขาจะขับหนีไปอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ดีจากเหตุที่เกิดขึ้นคนขับรถคันดังกล่าวก็ไม่รอดถูกจับกุมได้ในเวลาต่อมา ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเขาขับรถโดยไม่มีใบขับขี่มานานถึง 3 ปี และเป็นที่ชัดเจนว่าเขาก่อเหตุเพราะต้องการหลีกหนีการตรวจค้น เนื่องจากตัวเองทำผิดกฎจราจรอยู่

สุดโหด!ฟิลิปปินส์กับนโยบายตัดตอนแก๊งค้ายา ตายแล้ว 1,800 ศพ

ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์ เผย มีผู้เสียชีวิตจากนโยบายปราบปรามยาเสพติดเกือบ 1,800 ราย นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เตขึ้นครองอำนาจ

ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์ เปิดเผยต่อคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาว่า นับตั้งแต่ประธานาธิบดีดูเตร์เตขึ้นเป็นผู้นำฟิลิปปินส์เมื่อ 7 สัปดาห์ก่อน และดำเนินนโยบายปราบปรามยาเสพติด ปรากฎว่า มีผู้เสียชีวิตจากนโยบายดังกล่าวไปแล้วเกือบ 1,800 ราย ซึ่งเป็นจำนวนสูงกว่าที่คาดการไว้ โดยในจำนวนนี้ เป็นผู้เสพและผู้ลักลอบค้ายาเสพติด 712 คนที่ถูกตำรวจยิงเสียชีวิต และตำรวจกำลังสอบสวนรายงานว่ามีคนถูกฆ่าตายเพราะยาเสพติดอีก 1,067 คน

รายงานนี้มีขึ้นเพียงวันเดียว หลังจากประธานาธิบดีดูเตร์เตออกมาวิพากษ์วิจารณ์สหประชาชาติหรือยูเอ็น ที่เรียกร้องให้ฟิลิปปินส์หยุดสงครามปราบยาเสพติด และถึงกับขู่ว่า จะออกจากการเป็นสมาชิกยูเอ็น แต่นายเพอร์เฟคโต ยาเซย์ รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ระบุว่า ฟิลิปปินส์ยังคงเป็นสมาชิกยูเอ็น และการที่ประธานาธิบดีดูเตร์เตออกมาวิจารณ์ยูเอ็น ก็เพื่อแสดงความผิดหวังและไม่พอใจ

นอกจากจำนวนผู้เสียชีวิตจำนวนมากที่เชื่อว่าถูกฆ่าตัดตอนในยุคของดูเตอร์เตแล้ว ยังถูกจับกุมกว่า 4,400 คน ขณะที่ผู้ต้องหาในคดียาเสพติดอีกเกือบ 6 แสนคน ยอมเข้ามอบตัว เนื่องจากกลัวถูกฆ่า จนทำให้เรือนจำต่างๆ ในฟิลิปปินส์แน่นขนัดไปด้วยผู้ต้องขังจากเดิมที่นักโทษก็อยู่กันอย่างแออัดอยู่แล้ว