บึ้ม!! งานแต่ง ตาย 6ศพ บ่าวสาวหนีตายอลหม่าน

สื่อต่างประเทศเผยแพร่วิดีโอระทึกและน่าเศร้า เกิดเหตุระเบิดทำลายล้างระหว่างงานแต่งงานหนึ่งในตุรกี คร่าชีวิตผู้คนอย่างน้อย 6 ศพและบาดเจ็บ 50 คน ขณะที่แขกเหรื่อภายในงานแตกตื่นหนีตายกันอลหม่าน

ในวิดีโอที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์และถูกนำมานำเสนอต่อผ่านสื่อหลักหลายแห่ง ในนั้นรวมถึงเดลิตาร์ของอังกฤษ พบเห็นคู่บ่าวสาวและครอบครัวกำลังคล้องแขนเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน โดยมีเด็กๆหัวเราะร่าวิ่งเล่นไปรอบๆ ภายในงานแต่งงานในจังหวัดวาน ทางตะวันออกของตุรกี

อย่างไรก็ตามทันใดนั้นก็ได้เกิดระเบิดตูมสนั่นหวั่นไหว โดยพบเห็นคลื่นกระแทกจากแรงระเบิดของคาร์บอมบ์ทะลุผ่านกระจกที่อยู่เบื้องหลังพวกเขาเข้ามา ขณะความรุนแรงของมันถึงขั้นทำให้ห้องทั้งห้องสั่นไหว ฝุ่นและควันลอยคลุ้งไปทั่ว

ต่อภายในห้องก็เต็มไปด้วยความโกลาหล เด็กๆต่างพากันกรีดร้องและเหล่าแขกเหรื่ออยู่ในภาวะตกตะลึงชั่วครู่ แต่พอตั้งสติได้ก็พากันวิ่งหนีตายออกจากห้อง

งาน
จากนั้นก็เป็นภาพที่ผู้ถ่ายคลิปกำลังหลบหนีลงทางบันไดพร้อมกับคนอื่นๆเพื่อออกจากอาคาร และตำรวจกับหน่วยฉุกเฉินก็รุดมายังจุดเกิดเหตุ

สถานีตำรวจแห่งนี้อยู่ใกล้ชายแดนอิหร่านและเป็นที่พักของเหล่าเจ้าหน้าที่ด้วย อย่างไรก็ตามยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่ามีตำรวจเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บในเหตุการณ์นี้กี่นาย

วัฒนา โพสต์ FB วอน “ไผ่ ดาวดิน” เลิกอดอาหาร

วันนี้ (18 ส.ค.) นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊กแสดงความเห็นทางการเมืองกรณี การอดข้าวประท้วงในเรือนจำ จากกรณีการรณรงค์ประชามติไม่รับรัฐธรรมนูญจนถูกจับ นายวัฒนาระบุว่า

“ผมขอยกย่องการต่อสู้ของนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น ผมเองก็เคยถูกทหารจับเอาตัวไปขังเพราะแสดงความเห็นไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเช่นกัน เคยอดอาหารประท้วงระหว่างถูกควบคุมตัวที่ พล ร. 9 แล้วถูกส่งตัวไปดำเนินคดีที่ศาลทหาร แต่จิตใจของผมไม่อาจเทียบกับไผ่ได้ เพราะผมเป็นฝ่ายขอประกันตัวออกมาแต่ไผ่ไม่ขอประกันตัว

ไผ่เป็นอนาคตสำคัญของชาติ กิจกรรมที่ทำให้ไผ่ถูกจับกุมคือการแสดงความคิดเห็นไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนนอกจากพวกเผด็จการ ในขณะที่ฝ่ายสนับสนุนที่ทำผิดกฎหมายเช่นกลุ่ม กปปส. ที่ติดป้ายโฆษณาชักชวนให้ประชาชนเห็นชอบที่จังหวัดราชบุรีกลับไม่ถูกดำเนินคดี ไผ่อดอาหารประท้วงและไม่ขอประกันตัวเพราะไม่ได้ทำอะไรผิดเนื่องจากเป็นเสรีภาพทางความคิด แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ให้อำนาจหัวหน้า คสช. สามารถใช้อำนาจตามมาตรา 44 ทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ที่ออกเสียงเห็นชอบคงไม่ทราบว่าเมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบแล้วทุกคนที่อยู่ตรงข้ามกับผู้มีอำนาจจะกลายเป็นทาสทันที เพราะมีแต่สังคมทาสเท่านั้นที่นายทาสสามารถทำอะไรกับทาสได้ทุกอย่างแม้จะละเมิดสิทธิมนุษยชนก็ตาม เหตุที่เกิดกับไผ่และที่เกิดที่เชียงใหม่คือเครื่องยืนยัน ยิ่งไปกว่านั้นการประท้วงของไผ่ไม่อาจใช้ได้กับสถานการณ์ในวันนี้เพราะสังคมไทยได้เปลี่ยนไปแล้ว คนไทยส่วนใหญ่ที่เป็นชาวพุทธจึงเย็นชาทนเห็นผู้มีอำนาจใช้อำนาจที่พวกเขาลงมติเห็นชอบให้นั้นรังแกเด็กนักเรียนและผู้หญิงที่แสดงความเห็นต่างได้โดยไม่คิดจะทักท้วงหรือปกป้อง ผมจึงขอเป็นตัวแทนของประชาชนจำนวน 10.59 ล้านคนที่ไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญเรียกร้องให้ไผ่ยุติการอดอาหารประท้วงและขอประกันตัวออกมา เก็บพลังไว้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยให้กับพี่น้องประชาชน สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้คือความยุติธรรมของผู้ชนะที่พวกเราฝ่ายแพ้ต้องยอมทน สำหรับผมเห็นว่าไผ่ได้ทำหน้าที่อย่างยิ่งใหญ่และได้ประกาศอย่างชัดเจนแล้วว่า “กูใช่ทาสหากคือไท” เก็บความเป็นอารยะของไผ่ไว้ใช้กับคนดีกว่า เพราะใครก็ตามที่ไม่เคารพสิทธิของความเป็นคนเขาย่อมไม่ใช่คน ไม่คู่ควรเลยครับ