ลุ้นสุด สุด! “บาฮามาส” พุ่งล้มเข้าเส้นชัย เฉือน “สหรัฐฯ” คว้าทอง 400 เมตร

เหตุการณ์สุดระทึกในจังหวะเข้าเส้นชัยของการแข่งขันกรีฑา รายการวิ่ง 400 เมตรหญิง รอบชิงชนะเลิศ ในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2016 “ริโอเกมส์” เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

โดยสาว ชัวเน่ มิลเลอร์ สาววัย 22 ปี จากประเทศบาฮามาส ที่นำมาตลอดการแข่งขันในช่วง 300 เมตรแรก แต่ในช่วง 100 เมตรสุดท้าย โดน อัลลิสัน เฟลิกซ์ สาวอเมริกัน วิ่งไล่จี้มาจนเกือบจะทัน

ก่อนที่ในวินาทีสุดท้าย มิลเลอร์ ที่เกือบเสียหลักอยู่แล้ว แต่เธอตัดสินใจกัดฟันพร้อมกับทิ้งตัวพุ่งเข้าเส้นชัย เฉือนชนะเฟลิกซ์ ไปชนิดที่ต้องตัดสินกันด้วยภาพถ่าย

โดยเวลาอย่างเป็นทางการ ของ มิลเลอร์ ทำได้ 49.44 วินาที ซึ่งเป็นเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของเธอ คว้าเหรียญทองได้สำเร็จ และยังเป็นเหรียญทองแรกในโอลิมปิกครั้งนี้ของบาฮามาสอีกด้วย

เหรียญเงินเป็นของ เฟลิกซ์ 49.51 วินาที ส่วนเหรียญทองแดง เป็นของ เชริคก้า แจ็คสัน จากจาไมก้า ทำเวลาไป 49.85 วินาที

ขนลุก! รูปปั้นพระ “เยซู คริสต์” ลืมตาขึ้นมาดูสาวกผู้มาสักการะ

เว็บไซต์ออนไลน์ต่างประเทศ กระหน่ำเผยแพร่คลิปวีดีโอ แสดงให้เห็นรูปปั้นพระเยซูคริสต์ ที่ลืมตามาดูผู้ที่มาสักการะ ถูกเผยแพร่โดยผู้ใช้ YouTube ชื่อ ‘คาทอลิกออนไลน์’ ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่า ถ่ายที่คริสตจักรในรัฐหนึ่งของประเทศเม็กซิโก

ผู้ที่ถ่ายคลิปดังกล่าว อ้างว่าเขาเพียงแต่ถ่ายไปเรื่อยเปื่อย เพราะเห็นว่ารูปปั้นดังกล่าวมีความสมจริงมาก เลยถ่ายอยู่นานจนกระทั่งได้ซูมเข้าไป ในครั้งแรกไม่พอความผิดปกติ แต่พอกลับมาเปิดดู ก็พอว่า มีบางช่วงที่ดูเหมือนรูปปั้นจะลืมตามองมาที่กล้อง โดยมีผู้คนจำนวนมากเชื่อว่า คลิปอาจจะผ่านการตัดต่อ บ้างก็เชื่อว่า คลิปนี้ไม่ผ่านการแต่งภาพแต่อย่างใด

มักง่าย!! วัยรุ่นหนุ่มทำผิด ขี่รถหนีตร. จนเกิดอุบัติเหตุมีคนเจ็บ

คลิปหนุ่มขับมอเตอร์ไซค์มักง่ายย้อนศรแถมไม่ใส่หมวกกันน็อค พอโดนตำรวจเรียกจับกลับสะบัดเร่งเครื่องหนี ก่อนไปชนกับมอเตอร์ไซค์อีกคันจนมีคนได้รับบาดเจ็บ

วันนี้ (16 ส.ค. 59) ผู้คนในโลกออนไลน์ได้เข้าไปแสดงความเห็นโจมตีหนุ่มคนหนึ่ง ภายหลังมีคลิปปรากฏให้เห็นว่าเขาเป็นต้นเหตุทำให้เกิดรถชนจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ

รถชน, ข่าวอุบัติเหตุ, หมวกันน็อค,

โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก @ยศ สองจุด ที่เผยให้เห็นเหตุการณ์ คนขับรถมอเตอร์ไซค์คันสีขาวขี่ย้อนศรและไม่ใส่หมวกกันน๊อค พอดีมีตำรวจยืนอยู่ตรงนั้น ก็พยายามจะเรียกให้หยุด แต่มอเตอร์ไซค์พยายามหนีตำรวจ ด้วยการกลับรถแบบไม่ระวังจังหวะเดียวกัน มอเตอร์ไซค์อีกคันที่กำลังวิ่งมาด้วยความเร็วก็ได้พุ่งชนจนล้มไปคนละทิศละทาง

พร้อมระบุว่า เช้าวันนี้ขับรถไปทำงานได้เจออุบัติเหตุต่อหน้าต่อตาบนถนนกาญจนา เลยสะพานข้ามแยกถนนเอกชัยมาประมาณ 500 เมตร. ฝั่งมุ่งหน้าไปถนนพระราม2 กล้องหน้ารถก็บันทึกภาพได้ เหตุการคือรถมอเตอร์ไซค์คันสีขาว ขี่ย้อนศรและไม่ใส่หมวกกันน๊อค

พอดีมีตำรวจยืนอยู่ตรงนั้น ก็พยายามจะเรียกให้หยุด แต่มอเตอร์ไซค์พยายามหนีตำรวจ ด้วยการกลับรถแบบไม่ระวัง จังหวะเดียวกัน มอเตอร์ไซค์อีกคันที่กำลังวิ่งมา เขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยแต่ต้องมาเจ็บตัว ชนกันอย่างจัง..ก็ได้ลงจากรถไปดูไปช่วยคนเจ็บบ้าง โชคยังดีที่ไม่ถึงกับสาหัส แต่มีบาดแผลที่ขาสองข้าง

***เพิ่มเติมพี่ตำรวจเขาขับรถเก๋งมาเจอกับมอเตอร์ไซค์ย้อนศร เลยเปิดประตูรถแล้วเดินออกมาดักมอเตอร์ไซค์ ตามนี้เลย***”

สื่อนอกจับตารัฐบาลไทยใช้ ม.44 คุมตัวผู้ต้องสงสัยระเบิดใต้

สื่อนอกระบุ ทางการไทยควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องเหตุระเบิดภาคใต้ช่วงวันแม่ไว้หลายคน โดยใช่อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 กังวลอาจละเมิดสิทธิมนุษยชน

สำนักข่าวรอยเตอร์สยังคงติดตามรายงานความคืบหน้าการสอบสวนเหตุระเบิดภาคใต้ในช่วงวันแม่แห่งชาติที่ผ่านมา โดยระบุว่าทางการไทยได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดหลายคนไว้ในค่ายทหารโดยใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 ซึ่งให้อำนาจเจ้าหน้าที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้โดยไม่ต้องตั้งข้อหาและไม่ต้องมีหมายศาลนาน 7 วัน

นอกจากนี้ รอยเตอร์สยังระบุว่าพันเอกวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ปฏิเสธไม่ยอมตอบคำถามสื่อมวลชนว่ามีผู้ถูกควบคุมตัวโดยใช้มาตรา 44 ในกรณีการสอบสวนเหตุระเบิดกี่คนกันแน่ เพียงแต่ย้ำว่าเป็นการเรียกตัวมาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และยังไม่มีการตั้งข้อหาใครทั้งสิ้น แต่องค์กรระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนกังวลว่าจำนวนผู้ถูกควบคุมตัวอาจมีหลายสิบคน ยิ่งเป็นการควบคุมตัวโดยไม่มีการตั้งข้อหา ก็ยิ่งสร้างความกังวลให้กับองค์กรสิทธิ์ฯ ว่าบุคคลเหล่านี้ตกอยู่ใต้การควบคุมตัวนอกกระบวนการยุติธรรม

ก่อนหน้านี้ ฮิวแมนไรท์ส วอช และแอมเนสตี้ อินเทอร์เนชั่นแนล ต่างออกมาเรียกร้องตรงกันว่าขอให้ไทยมีการสอบสวนเหตุระเบิดอย่างโปร่งใส ยึดหลักฐาน เพื่อนำตัวคนร้ายผู้ก่อเหตุเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นมืออาชีพ ตรงไปตรงมาอย่างเปิดเผยโดยเร็ว ไม่ใช้การเมืองนำ

“สามารถ” โพสต์ FB แนะเร่งแก้จุดเชื่อมทางด่วนศรีรัช-หมอชิต

‘ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์’ ชี้ หลังเปิดใช้ทางด่วนสายศรีรัช จุดเชื่อมหมอชิตทำรถติดแน่ พร้อมเสนอสร้างทางด่วนชั้น 2 หวั่นไม่คุ้มค่าบริการที่แพงแต่ไม่เกิดประโยชน์สูงสุด

วันนี้(16ส.ค.59)ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นหลังทดลองใช้ทางด่วนสายศรีรัช-วงแหวนตะวันตก ที่จะเปิดใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 22 ส.ค.นี้ โดยมองว่า การสร้างทางด่วนสายใหม่นี้ จะช่วยแบ่งเบาปริมาณรถบนถนนหลายสาย อาทิ ถนนบรมราชชนนี,ถนนนครอินท์ รวมถึงถนนราชพฤกษ์ และถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี เป็นต้น

อย่างไรก็ดีพบว่าทางด่วนสายศรีรัชยังมีข้อบกพร่อง ในส่วนของป้ายแนะนำทางขึ้นมีไม่เพียงพอ การจราจรที่ไม่มีการจัดระเบียบให้ดี ส่งผลให้ถนนบางสายรถจะติดมากขึ้น นอกจากนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือจุดเชื่อมต่อกับทางด่วนสายศรีรัช บริเวณสถานีขนส่งหมอชิต ที่ถูกบีบให้ใช้ผิวจราจรเหลือเพียง 3 เลน จาก 6 เลน ด้วยเหตุนี้จะทำให้รถติดหนักแน่นอน

ทั้งนี้เขาเห็นว่าการทางพิเศษฯต้องเร่งแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ด้วยการสร้างทางด่วนเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง เป็นทางด่วนชั้นที่ 2 ลอยอยู่เหนือทางด่วนศรีรัชในพื้นที่นี้ ซึ่งจะต้องใช้เวลาอีกพอสมควร หากยังละเลยที่จะแก้ในจุดนี้ จะทำให้ทางด่วนสายใหม่นี้ไม่เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่คุ้มกับค่าทางด่วนที่แพง เสียเงินแพงแล้วรถก็ยังติดไม่ด่วนจริง