อุตุฯ เตือนฝนตกหนัก 23-24 พ.ย. กรุงเทพฯจะสัมผัสอากาศหนาวต้น ธ.ค.

นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า กรมอุตุฯ ได้ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง “อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน” เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ระบุว่า ช่วงวันที่ 23-25 พฤศจิกายนนี้ บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้มีฝนฟ้าคะนองกับมีลมแรงเกิดขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงวันที่ 23-24 พฤศจิกายน หลังจากนั้นอากาศจะเย็นลง อุณหภูมิลดลง 3-5 องศาเซลเซียส โดยเริ่มมีผลกระทบบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกจะมีผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันความเสียหายจากผลผลิตทางการเกษตรเนื่องจากฝนไว้ด้วย

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักบางแห่ง คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในช่วงเวลาดังกล่าว

นายวันชัยกล่าวว่า ฝนที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ เบื้องต้นไม่ใช่ฝนที่ตกลงมาหนักเท่าใดนัก แต่สาเหตุที่กรมอุตุฯต้องออกประกาศเตือน เนื่องจากช่วงนี้ ชาวนาในบางพื้นที่ได้มีการตากข้าว จึงจำเป็นต้องแจ้งเตือน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย โดยจากฝนที่ตกลงมาคาดจะทยอยลดลงหายไปในช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้

ในส่วนอากาศหนาวขณะนี้ในบางพื้นที่สามารถสัมผัสอากาศหนาวได้แล้ว โดยเฉพาะในแถบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บนดอยอินทนนท์ ช่วงเช้าวันที่ 21 พฤศจิกายน ได้มีแม่คะนิ้งเกิดขึ้นในช่วงเช้าแล้ว แต่ในส่วนของกรุงเทพฯและปริมณฑล คาดสัมผัสอากาศหนาวได้ต้นเดือนธันวาคมนี้

ปิดตลาดซื้อขายหุ้นภาคเช้า ดัชนีแตะ1,479.51จุดขึ้น5.65จุด

21 พ.ย.59 สรุปภาพรวมตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ หลังปิดตลาดที่ระดับ 1,479.51 จุด เพิ่มขึ้น +5.65 จุด หรือ +0.38% มูลค่าซื้อขาย รวม 18,579.90 ล้านบาท

มูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับ สูงสุด

PTT ปิดที่ 345.00 บาท +1.00 บาท (+0.29%)

SCC ปิดที่ 472.00 บาท +8.00 บาท (+1.72%)

CPF ปิดที่ 28.25 บาท +0.50 บาท (+1.80%)

TRUE ปิดที่ 7.25 บาท +0.10 บาท (+1.40%)

BANPU ปิดที่ 18.20 บาท -0.20 บาท (-1.09%)

ทะเลหมอกปกคลุมร่องเขานครชุม “พิษณุโลก” หนาวเย็นต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสภาพอากาศยังหนาวอย่างต่อเนื่อง โดยที่ ต.นครชุม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก อุณหภูมิวัดได้ 18 องศาเซลเซียส ส่งผลให้เกิดทะเลหมอกตั้งแต่รุ่งสางจนถึงยามสาย เช่นที่บริเวณจุดชมวิวร่องเขาแห่งนครชุมก่อนทางเข้าหมู่บ้านที่ทิวทัศน์สวยงามจนดึงดูดประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ไปเที่ยวชมเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นหมู่ตำบลที่มีร่องเขาโอบกอด เหมาะสำหรับไปท่องเที่ยวสัมผัสกับอากาศหนาวเย็น นอกจากนี้บริเวณรอบหมู่บ้านก็ยังถูกหมอกปกคลุมไปทั่วหมู่บ้าน จนทำให้ชาวบ้านต้องหาเสื้อกันหนาวมาสวมใส่ในยามเช้า แต่ยามสายอากาศจะเริ่มอบอุ่นและร้อนในช่วงบ่าย

นายสุรินทร์โรจน์ ศรีสังข์ ปลัด อบต.นครชุม ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนครชุม กล่าวว่า ในช่วงนี้ที่ ต.นครชุม มีสภาพอากาศดีมาก ในช่วงเช้ามีทะเลหมอกปกคลุมหมู่บ้านและตามร่องเขา เห็นแล้วสวยงามเป็นอย่างมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบท่องเที่ยวธรรมชาติ ดูทะเลหมอกยามเช้า ซึ่งที่จุดชมวิวร่องเขาแห่งนครชุม นักท่องเที่ยวสามารถไปถ่ายรูปชมทะเลหมอกยามเช้าได้ตั้งแต่ช่วงนี้ไปจนถึงสิ้นฤดูหนาวทีเดียว

 

ดอยอินทนนท์หนาวจัด! เกิด “เหมยขาบ” แรกของปี

ยอดดอยอินทนนท์จ.เชียงใหม่ เกิดเหมยขาบเป็นครั้งแรกของปีนี้ ระยะทางกว่า5 ก.ม. ขณะอุณหภูมิยังหนาวเย็นที่ 4 องศาเซลเซียส 

หลังจากที่อุณหภูมิทางภาคเหนือ และที่จังหวัดเชียงใหม่เริ่มหนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะตามเทือกเขา และยอดดอยสูง อย่างที่ยอดดอยอินทนนท์ อุณหภูมิลดลงต่ำกว่า 8 องศาต่อเนื่องมานานเกือบ 1 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ รายงานล่าสุดเช้านี้มาพร้อมกับส่งภาพมาให้กับทางทีมข่าวว่าเช้านี้เกิดปรากฏการณ์ของสภาพอากาศหนาวจัด เป็นสัญญาณการเข้าสู่ช่วงอากาศหนาวจัดของภาคเหนืออย่างเต็มตัวแล้ว

โดยเช้านี้เกิดเหมยขาบหรือน้ำค้างแข็งขึ้นเป็นครั้งแรกของฤดูหนาวปีนี้แล้ว ที่ยอดดอยอินทนนท์อุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 4.0 องศา ส่วนที่กิ่วแม่ปานวัดได้ 3 องศา โดยเหมยขาบเกิดขึ้นเป็นบริเวณกว้างตั้งแต่กิโลเมตรที่ 42 กิ่วแม่ปานถึงกิโลเมตรที่ 47 ยอดดอยอินทนนท์ เป็นระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร ตลอด2ข้างทางเกิดเหมยขาบขึ้นตามยอดหญ้า และใบไม้ รวมทั้งที่หลังคารถของเจ้าหน้าที่ที่จอดทิ้งไว้ช่วงกลางคืนก็เกิดเหมยขาบเป็นลักษณะของน้ำค้างที่แข็งตัวกลายเป็นน้ำแข็งให้เห็น

นักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปเที่ยวยอดดอยเช้านี้ จึงนับเป็นนักท่องเที่ยวชุดแรกที่ได้ชมเหมยขาบของปีนี้ต่างก็พากันถ่ายภาพความสวยงามและภาพประทับใจเก็บไว้ และเผยแพร่แชร์กันลงบนโลกออนไลน์กันอย่างคึกคัก

 

 

ผลของการปาดหน้า อันตรายที่เกิดจากความประมาท!! (ชมคลิป)

สมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊ก YouLike (คลิปเด็ด) ได้โพสต์คลิปวีดีโอความยาวเกือบ 1 นาทีเมื่อเร็วๆนี้ พร้อมโพต์ข้อความว่า –>> ดูเอา!!! ผลของการปาดหน้า (19’พ.ย.59) <<–:: “คุณแม่ครับ!! พวกเราต้องยอมรับผิดแล้ว”#เด็กพูด….– @บนทางด่วนกาญจนาภิเษก

คลิปวีดีโอดังกล่าวเป็นภาพของรถเก๋งคันหนึ่งวิ่งอยู่เลนซ้ายสุดบนทางด่วนกาญจนาภิเษก พยายามแชงเข้าเลนกลางและแซงเข้าเลนขวาสุด รถปิคอัพที่ถูกแซงบีบแตรไล่ คนขับรถเก๋งควบคุมพวงมาลัยรถไม่อยู่ ทำให้รถวิ่งเข้าชนผนังกั้นบนทางด่วน ส่งผลให้รถเสียหลักพลิกคว่ำหลายตลบ โดยเด็กที่นั่งอยู่บนรถปิคอัพที่ถูกรถเก๋งแซงหน้า พูดแบบไร้เดียงสาว่า “คุณแม่ครับ!! พวกเราต้องยอมรับผิดแล้ว” ซึ่งความจริงรถคันที่เด็กนั่งไม่ผิดเพราะถูกแซงหน้า

อันตราย จากการปาดหน้า